ราคาเหมาจ่ายในตัวเมืองเชียงใหม่ไม่เกินถนนวงแหวนรอบที่ 3 อัตราค่าโดยสารราคา 150 บาท

  มารู้จักเมืองเชียงใหม่ กันหน่อย มีอะไรบ้าง?
   
ประวัติความเป็นมา
  นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ก่อตั้งโดยพญามังรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ในปีพ.ศ. 1839 และได้ปกครองมายาวนานถึง 200 ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2101 ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2317 พระเจ้าตากสินมหาราชขับไล่พม่าจนพ่ายแพ้ไป เชียงใหม่จึงรวมเข้าในอาณาจักรสยามนับแต่นั้นมา ต่อมาในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช และเมื่อมีการปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เชียงใหม่เปลี่ยนฐานะเป็นมณฑลพายัพ และยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปัจจุบัน เชียงใหม่นับเป็นเมืองใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวหลากหลาย มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม คงความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมล้านนาที่วิจิตรบรรจงสวยงาม อีกทั้ง ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีอันงดงามและทรงคุณค่า ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สะท้อนออกมาเป็นงานศิลปหัตถกรรมอันเลื่องชื่อ ทั้งไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องเขิน การทำร่ม กระดาษสา การทอผ้าฝ้าย และอาหารพื้นเมืองรสเลิศ เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้มาเยือน

นับเป็นความภาคภูมิใจ ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก (ที่มา: นิตยสาร Travel and Leisure ประเทศสหรัฐอเมริกา)

ที่ตั้ง
  จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย ประมาณเส้นรุ้งที่ 16 องศาเหนือ และเส้นแวงประมาณที่ 99 องศาตะวันออก มีพื้นที่ประมาณ 20,107 ตารางกิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดจากทิศตะวันตกจรดทิศตะวันออกประมาณ 138 กิโลเมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 310 เมตร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มีบริเวณที่ราบอยู่ตอนกลางบริเวณสองฟากฝั่งของแม่น้ำปิง มีลักษณะภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ที่จะมีอากาศหนาวเย็นจนเกิดปรากฏการณ์ “เหมยขาบ” หรือ “น้ำค้างแข็ง” ในช่วงประมาณเดือนธันวาคม – มกราคม ของทุกปี
แอ่ววัด แอ่วเวียงเชียงใหม่
  อาณาจักรล้านนา นับได้ว่าเป็นอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาสูงสุด จึงปรากฎให้เห็นวัดวาอารามในเขตอ. เมืองของจังหวัดเชียงใหม่อยู่มากมาย เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญ ๆ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน และเป็นแหล่งโบราณสถานที่รวบรวมเอาศิลปะ สถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงสวยงามที่ควรค่าต่อการอนุรักษ์ รักษาสืบไป
  ไหว้พระ 10 วัด ในเวียงเชียงใหม่ การไหว้พระ 10 วัด เป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต โดยเฉพาะวัดที่มีชื่อดี นามมงคล จะช่วยเสริมบารมีในชีวิตของพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาอีกด้วย ซึ่งแต่ละวัดล้วนแล้วแต่เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และมีความสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่
1. วัดเชียงมั่น ตั้งอยู่ที่ ถ. ราชภาคินัย ต. ศรีภูมิ โทร. 0 5321 3170
2.วัดพระสิงห์ ตั้งอยู่ที่ ถ. สามล้าน ต. พระสิงห์ โทร. 0 5327 5139
3.วัดเจดีย์หลวง (วัดโชติการาม) ตั้งอยู่ที่ ถ. พระปกเกล้า ต. ศรีภูมิ โทร. 0 5334 2252
4.วัดชัยมงคล ตั้งอยู่ที่ ถ. เจริญประเทศ ต. ช้างคลาน โทร. 0 5328 0671
5.วัดดวงดี ตั้งอยู่ที่ ถ. พระปกเกล้า ต. ศรีภูมิ โทร. 0 5321 4728
6.วัดลอยเคราะห์ ตั้งอยู่ที่ ถ. ลอยเคราะห์ ต. ช้างคลาน โทร. 0 5327 3873
7. วัดดับภัย ตั้งอยู่ที่ ถ. สิงหราช ต. ศรีภูมิ โทร. 0 5322 2964
8. วัดเชียงยืน ตั้งอยู่ที่ ถ. มณีนพรัตน์ ต. ศรีภูมิ โทร. 0 5321 1654
9. วัดหมื่นเงินกอง ตั้งอยู่ที่ ถ. สามล้าน ต. พระสิงห์
10. วัดศรีสุพรรณ แวะนมัสการหลวงพ่อพุทธปาฏิหาริย์
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
  การเดินป่า เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางป่าไม้นานาพันธุ์ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเขา ที่มีขนบธรรมเนียม ประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งสามารถทำได้โดยการเดินเท้า หรือนั่งบนหลังช้าง ซึ่งเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติเชียงดาว และเขตอุทยานแห่งชาติอื่น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่
  การแสดงช้าง ชมความน่ารัก แสนรู้ของช้างป่า ที่ได้รับการฝึกฝนให้มีทักษะเพื่อใช้ในการทำงาน เป็นการแสดงถึงสายใยแห่งความรัก ความผูกพัน ระหว่าง ควาญช้างกับช้าง ที่สามารถเรียกเสียงปรบมือ รอยยิ้ม และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมอันหลากหลายที่ทางปางช้างได้จัดบริการไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อาทิ ขี่ช้างชมธรรมชาติ เดินป่า ล่องแพ ล่องแก่ง พายเรือคายัค นั่งเกวียนชมทุ่ง โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ปางช้างแม่สา โทร. 0 5320 6247-8 ปางช้างโป่งแยง โทร. 0 5321 5943 และ 0 5387 9236-7 ปางช้างแม่แตง โทร. 0 5327 1680 ปางช้างแตงดาว โทร. 0 5329 8553 ปางช้างแม่ปิง โทร. 0 5396 0532 ปางช้างช้างท่าแพแม่ตะมาน โทร. 0 5329 7060
  กิจกรรมดูนกบนดอยอินทนนท์ ศูนย์บริการข้อมูลนกอินทนนท์ (ร้านลุงแดง) ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 31 หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ให้บริการด้านข้อมูลนกในดอยอินทนนท์ เช่น สมุดบันทึก การพบนกในดอยอินทนนท์ภาพวาดลายเส้นของนักดูนก แผนที่เส้นทางดูนกดอยอินทนนท์ ภาพถ่ายสไลด์เกี่ยวกับนก ฯลฯ ให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ช่วงที่นักดูนกนิยมมาดูนกกันเป็นช่วงฤดูหนาว นอกจากจะได้พบนกประจำถิ่นแล้ว ยังสามารถพบนกอพยพ ทางศูนย์ฯจะบริการให้คำแนะนำตลอดจนเป็นสถานที่พบปะสนทนาระหว่างนักดูนก นักศึกษาธรรมชาติและบุคคลทั่วไป เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีต่อการอนุรักษ์และรักษาสภาพธรรมชาติ ทำให้ทราบถึงแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหารของนกและสัตว์ป่าในดอยอินทนนท์ ให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
  การล่องแพไม้ไผ่ ล่องแพยาง ในจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางสำหรับการล่องแพที่ได้รับความนิยมจากนักท่อง เที่ยวอยู่หลายเส้นทางด้วยกัน เช่น ล่องแพลำน้ำแม่แตง ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักผจญภัย เนื่องจากลำน้ำแม่แตงไหลคดเคี้ยวไปตามหุบเขาด้วยกระแสน้ำที่ไม่เชี่ยวจนเกินไป และมีทัศนียภาพตลอดสองฝั่งลำน้ำที่งดงามมาก การเดินทางเริ่มต้นที่โป่งเดือด โดยเดินป่าไปพักค้างแรมที่บ้านป่าข้าวหลามซึ่งเป็นบ้านกะเหรี่ยง 1 คืน จากนั้นจึงล่องแพล่องลำน้ำแม่แตงไปสิ้นสุดที่บ้านสบก๋าย ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง